Make your own free website on Tripod.com
LAMPANG-CNN
สุ ข ก า ย ส บ า ย ใ จ

HOME

 บอกอ ขอคุยด้วย   

 นครลำปาง ณ วันนี้

 การค้า-เศรษฐกิจ 

 สังคม-วัฒนธรรม 

 รถม้าพาเที่ยว     

 สุขกายสบายใจ    
 จิตวิทยาใกล้ตัว    
 สาระบันเทิง        
 แจ่งหนังสือ        

 

 ความรู้ -ข่าวสารสุขภาพ และสาธารณสุขที่น่าสนใจ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต

อายุ 35 แล้วไม่อยากอ้วน เอาเท่าไหร่ ?

สลึงเดียวก็ไม่เอาค่ะ ขอเพียงคุณมีความตั้งใจที่แน่วแน่ และปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้  ให้ได้มากที่สุดเท่านั้น............

โดยเฉลี่ยผู้หญิงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเกือบครึ่งกิโลกรัมต่อปีในช่วงอายุ 30 ถึง 40 ปี  แต่เดิมคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าอายุมากขึ้น การเผาผลาญไขมันของร่างกายจะลดลง  ผลวิจัยจำนวนมากไม่พบเช่นนั้น  การเผาผลาญอาจลดลงจริง แต่ไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง กลับเกิดจากการดำเนินชีวิตที่ไม่มีการออกกำลัง และการสูญเสียกล้ามเนื้อ  มีการศึกษาเรื่องนี้มากมาย และสรุปออกมาในทำนองเดียวกันคือ ระบบการเผาผลาญที่ลดลงหลังอายุ 30 ขึ้นไปไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้อ้วนเร็ว  แต่มีสาเหตุหลายอย่างประกอบกันที่ทำให้ผู้หญิงวัยนี้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

คุณสุภาพสตรีที่ย่างเข้า 35 ปี ก็สามารถลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นๆอย่างน่าใจหายได้ ถ้าปฏิบัติตาม 5 สถานการณ์ที่จะกล่าวนี้ ซึ่งทั้งห้าเรื่องนี้  พบว่าเป็นสถานการณ์ที่ผู้หญิงวัยนี้ลืมนึกถึง หรือขาดการใส่ใจมากที่สุด

สถานการณ์ที่ 1 : กินแข่งกับสามี

อายุช่วงนี้จะแต่งงานแล้ว อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเป็นโสดอยู่ก็อาจเพิ่มน้ำหนักได้โดยไม่จำเป็นเช่นกันถ้าไปกินแข่งกับผู้ชาย  เพียงเพราะเข้าใจว่า  ผู้ชายกินมากกว่าเพราะตัวใหญ่กว่า เวลากินข้าวเลยกินมากตามไปด้วย  คุณสามารถฝึกนิสัยไม่ให้กินมากเกินไปได้  แต่ต้องใช้ความพยายามบ้าง  จำไว้ว่าอย่าพยายามกินเท่ากับสามี  ถ้าออกไปกินข้าวนอกบ้าน  ให้กินสลัด และอาหารเบาแทนอาหารหนัก  ถ้ากินในบ้านควรตักอาหารใส่จานให้น้อยกว่าเขาเสมอ เมื่อเขาเติมอีกก็ไม่จำเป็นต้องเติมตาม   ถ้าคุณทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว  คุณก็สามารถกินข้าวได้ทุกมื้อกับสามี  โดยไม่มีผลต่อน้ำหนักตัวหรือถ้ามีก็จะน้อยมากที่สุด  เพราะเท่ากับคุณกำลังควบคุมสถานการณ์การกินของคุณเองตลอดเวลา

สถานการณ์ที่ 2 :  เลิกยกน้ำหนัก

การออกกำลังแบบแอโรบิคเป็นวิธีที่เผาผลาญแคลอรี่ได้มากที่สุด แต่มักมีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ และเวลาอยู่เสมอ  ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องรอการแอโรบิค  เพราะเพียงบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยการยกน้ำหนัก เช่นใช้ดัมเบล ร่วมกับการบริหารส่วนอื่นๆได้แก่นอนยกขา  วิดพื้น  ดึงข้อ  และทำสก๊อตจั๊ม ทุกครั้งเมื่อมีเวลาว่าง 20 นาที  ทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน  ก็มีผลทำให้เกิดการเผาผลาญแคลอรี่ได้ทุกวันเวลา และทุกที่  

การบริหารกล้ามเนื้อให้กระชับ แข็งแรงจะช่วยให้น้ำหนักลดได้  เพราะกล้ามเนื้อครึ่งกิโลกรัมจะใช้พลังงาน 35 ถึง 50 แคลอรี่ต่อวัน  ในขณะที่ไขมันครึ่งกิโลกรัมเท่ากัน กลับเผาผลาญพลังงานเพียงสองแคลอรี่เท่านั้น  ถ้าไม่เสริมสร้างกล้ามเนื้อ  ในไม่ช้ารูปร่างของคุณก็จะไม่กระชับแถมมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วย

สถานการณ์ที่ 3 น้ำหนักตัวหลังคลอดเป็นเรื่องปกติ

น้ำหนักเพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ยืนยันว่าคุณสุขภาพดี และส่วนใหญ่แพทย์ไม่แนะนำให้ควบคุมอาหาร  อย่างไรก็ตามหญิงมีครรภ์ควรได้รับพลังงานจากอาหารเพิ่มขึ้นวันละ 300 แคลอรี่หลังการตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก   และระหว่างการตั้งครรภ์ 19 สัปดาห์  เธอไม่ควรมีน้ำหนักเพิ่มเกิน 3 ถึง 5 กิโลกรัม  และพ้นจากนั้นควรมีน้ำหนักเพิ่มไม่เกินสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม

ผู้หญิงหลังคลอดบุตรส่วนใหญ่พบว่าการลดน้ำหนักหลังคลอดทำได้ยาก หลายรายทึกทักไปเลยว่าเป็นเรื่องธรรมดา  เมื่อเวลาผ่านไปจึงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นๆ  จนกลายเป็นอีกคนไปเลย   จริงๆแล้วการออกกำลังกายเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้  นอกจากการออกกำลังกายทุกวันหลังคลอดจะช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปแล้ว  ยังมีส่วนช่วยลดความเหนื่อยล้า และผ่อนคลายอารมณ์ได้มาก  การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เกิดการเผาผลาญแคลอรี่ในระดับสูง และสมดุลกับการกินของคุณมากขึ้น  ดังนั้นเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งคุณก็ไม่จำเป็นต้องงดอา-หารแต่อย่างใด

 

                                                        

 

  

 

 

 

 

 

                    

                                  

สถานการณ์ที่ 4 รู้สึกอยากกิน ( ไปหมด )

สำหรับการให้คำปรึกษาเรื่องลดน้ำหนัก นักโภชนาการทุกคนจะแนะนำให้คุณกินเมื่ออยากกินเท่านั้น โดยมีข้อแม้ว่าต้องควบคุมตนเองไม่ให้กินมากเกินไป  ซึ่งจะมีผลดีกว่าการปล่อยให้หิวโซ และกินมากขึ้นกว่าปกติ   วิธีควบคุมที่น่าจะได้ผลดีคือ กินในปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้งขึ้นเช่นวันละห้าถึงหกมื้อ  แทนที่จะกินมื้อใหญ่สองถึงสามมื้อ  วิธีนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องรู้สึกผิด หรือกังวลมากเกินไปที่จะ " กินช๊อกโกแลตสักสองชิ้น หรือถั่วสักกำมือหนึ่ง"

สถานการณ์ที่ 5 :  ไม่มีเวลา

ข้ออ้างยอดนิยมได้ยินได้ฟังจนคุ้นหู  สำหรับคนที่  "ไม่มีเวลา"  ( มักจะไม่มีเวลาให้กับตนเองและครอบครัว แต่กลับมีเวลาเพื่อคนอื่นๆ ) ทั้งที่โลกใบนี้มีเวลา 24 ช.ม เท่ากันทุกคน  แต่ผู้หญิงอายุ45 ที่มีบุตรมีครอบครัวแล้วหลายราย กลับมีรูปร่างเหมือนเมื่ออายุเพียง 30 ? 

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการกล่าวว่า ถ้าคุณกินอาหารที่ให้พลังงานเท่าเดิม แต่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือบริหารกล้ามเนื้อ  น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้น  ถ้ามีการเผาผลาญพลังงานแต่ละวันเพียง 100 แคลอรี่  น้ำหนักของคุณจะเพิ่มขึ้นปีละเกือบห้ากิโลกรัมทีเดียว  ดังนั้นถ้าคุณอายุย่างเข้า 35 ปี  จะมีครอบครัว มีบุตรแล้ว หรือยังไม่มีก็ตาม  แบ่งเวลาให้กับการออกกำลังกายเสมอ  และทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน   เปลี่ยนแปลงนิสัย หรือกิจกรรมที่เคยเป็นมาบ้าง เช่น แต่ก่อนเคยนัดเพื่อนไปกินอาหารเพื่อคุยเรื่องงาน  ก็เปลี่ยนมาเป็นนัดไปเดิน  วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือปั่นจักรยานแทน ก็สามารถคุยเรื่องงานได้เช่นกัน  และเป็นการคลายเครียดอย่างดีทีเดียว

 

 

        

คุณใช้เวลากับข้างบน หรือข้างล่างมากกว่ากันคะ ? สุขภาพอยู่ที่ตัวคุณ....

        
 

                                - สิริน-

                                 19 ต.ค. 45

              

 

                            

 
 
  Lampang-CNN : viman183@hotmail.com